LogoVoice to Voters (The Unofficial People’s Guide)

เลิกนโยบายถ่ายรูปโชว์ แล้วทำให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีจริงๆ

Canonical ID: Canonical_QAs:⟨019bbd4e-dc1b-7000-824b-9fdc1b4353e3⟩

ภาพประกอบนโยบาย

เลิกนโยบายถ่ายรูปโชว์ แล้วทำให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีจริงๆ

❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ

คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:

  • งบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท จะเอามาจากไหนโดยไม่สร้างหนี้สาธารณะจนเกินตัว?
  • การสร้าง 15 หัวเมืองเศรษฐกิจ จะเป็นการซ้ำซ้อนกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจ (EEC) ที่มีอยู่เดิมหรือไม่?
  • นโยบาย Buy Thai First จะถูกมองว่าเป็นการกีดกันทางการค้าและกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่?
  • ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไว กฎหมาย Sunset Clause ที่ให้หมดอายุอัตโนมัติจะทำงานได้จริงหรือในระบบราชการไทย?

📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)

การตอบแบบสั้น (Short Answer): เราจะเปลี่ยนประเทศไทยจาก 'ผู้ซื้อเทคโนโลยี' มาเป็น 'ผู้สร้างเทคโนโลยี' โดยเลิกนโยบายแบบฉาบฉวยหรือ 'นโยบายเซลฟี่' แล้วหันมาปฏิรูปโครงสร้างรัฐที่รวมศูนย์ กระจายงบประมาณสร้าง 15 หัวเมืองเศรษฐกิจ และใช้ระบบ Regulatory Guillotine ปลดล็อกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของคนไทย

การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): เราจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นเพียงทางผ่านของเทคโนโลยี แต่คนไทยต้องเป็นเจ้าของและผู้สร้างเทคโนโลยีนั้นเอง ด้วยการปลดล็อกพันธนาการทางกฎหมายที่ล้าสมัย และกระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นเพื่อสร้าง 'กรุงเทพฯ อีก 15 แห่ง' นี่คือการวางรากฐานทางเศรษฐกิจที่สมองของคนไทยจะได้รับการเห็นคุณค่า และทุกคนมีโอกาสเติบโตได้อย่างเท่าเทียมในโลกยุคใหม่


💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์

พรรคประชาชนเน้นการแก้ปัญหาที่โครงสร้าง (Structural Reform) โดยมองว่าอุปสรรคใหญ่ของเศรษฐกิจคือ 'รัฐราชการรวมศูนย์' และ 'กฎหมายล้าสมัย' กลยุทธ์หลักคือการเปลี่ยนบทบาทภาครัฐจาก 'ผู้ควบคุม' เป็น 'ผู้สนับสนุน' (Enabler) ผ่านการกระจายอำนาจการตัดสินใจและงบประมาณไปยังภูมิภาค ควบคู่กับการปกป้องรายได้ดิจิทัลไม่ให้ไหลออกนอกประเทศ

🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร

  1. เปลี่ยนจากนโยบาย 'เซลฟี่' เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่แท้จริงให้คนไทย
  2. สร้างหัวเมืองใหม่ 15 แห่งเพื่อกระจายความเจริญจากกรุงเทพฯ
  3. สนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) เป็นกลไกกลางระดับจังหวัดพร้อมงบประมาณ
  4. ปฏิรูปกฎหมายด้วยระบบ Regulatory Guillotine และ Risk-Based Regulation
  5. ลงทุน 50,000 ล้านบาทใน 4 ปีเพื่ออัปเกรดอุปกรณ์การศึกษาและอาชีวะ
  6. ดึงรายได้ดิจิทัลเข้าสู่ระบบและสนับสนุนนโยบาย Buy Thai First ในการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยี
  7. รักษาฐานการผลิตยานยนต์เดิมและเพิ่มขีดความสามารถสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์

⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)

สถานการณ์ปัจจุบัน: ประเทศไทยติดหล่มการพัฒนาที่เน้นการขายฝันด้วยโครงการขนาดใหญ่ที่กระจุกตัวในส่วนกลาง รัฐราชการรวมศูนย์ กฎหมายล้าสมัยที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ และการสูญเสียรายได้ดิจิทัลออกนอกประเทศกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี

🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)

การสร้างระบบติดตามนโยบายที่เข้มแข็งผ่านคนรุ่นใหม่ การลดใบอนุญาตซ้ำซ้อนอย่างน้อย 20-30% ภายใน 3 ปี และการสร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูงในไทย

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: เกษตรกรรายย่อย, ผู้ประกอบการ SMEs, แรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์, เยาวชนนักศึกษา และประชาชนในจังหวัดภูมิภาค

🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)

มาตรการหลัก:

  • จัดตั้งคณะกรรมการร่วมออกแบบหลักสูตรการศึกษาใหม่ภายในปีงบประมาณ 2569
  • ทบทวนความซ้ำซ้อนของโครงการเมกะโปรเจกต์ภายใน 100 วันแรก
  • ใช้ระบบ 'ทางรัฐ' เป็นหน้าต่างเดียว (Single Gateway) สำหรับบริการดิจิทัลภาครัฐ
  • กำหนดเงื่อนไข Local Content และ Technology Transfer ในการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
  • เปลี่ยนบอร์ด EV เป็น 'บอร์ดยานยนต์อนาคต' ครอบคลุมทั้งระบบซัพพลายเชนและแรงงาน
  • ใช้ระบบ Sunset Clause เพื่อให้กฎหมายที่ล้าสมัยหมดอายุโดยอัตโนมัติ

⏳ งบประมาณและกรอบเวลา

ทรัพยากรและงบประมาณ:

  • งบประมาณเกษตรกร YSF 1,540 ล้านบาทต่อปี
  • งบอุปกรณ์การศึกษา 50,000 ล้านบาทใน 4 ปี
  • พื้นที่งบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทในอีก 8 ปีข้างหน้า

กรอบเวลาดำเนินการ:

  • 2 ปี สำหรับโครงการ YSF
  • 4 ปี สำหรับงบอุปกรณ์การศึกษา
  • 3 ปี สำหรับเป้าหมายลดใบอนุญาตธุรกิจ

📂 ที่มาและแหล่งอ้างอิง (Sources)

🔗 ข้อมูลเพิ่มเติม